รอดาวน์โหลดสักครู่

yengo

"เป๊ก"ทำ"พิงค์กี้"ท้องรึ ?

"ธัญญ่า"แฉซัก! "เป๊ก"ทำ"พิงค์กี้"ท้องรึ ?
08 มิถุนายน 2554 








เมียหลวงลวงสังหาร ''ธัญญ่า-ธัญญาเรศ'' เปิดใจครั้งแรกหลังพาลูกสาว ''ลียา''กลับจากอเมริกา พร้อมเผยปัญหาชีวิตครอบครัวตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงวันตกลงหย่า กับ ''เป๊ก-สัณชัย'' พร้อมปัดไม่รู้กรณีข่าวลือ ''พิ้งค์กี้-สาวิกา''ตั้งท้องกับอดีตสามีตน

หลังจากเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา นักแสดงสาวเจ้าบทบาท ''ธัญญ่า'' ธัญญาเรศ เองตระกูล เจ้าของฉายา ''เมียหลวงลวงสังหาร'' บินด่วนจากอเมริกากลับมาเมืองไทยเพื่อฟ้องหย่าพร้อมกับเรียกร้องค่าเลี้ยงดู 124 ล้านบาทจากสามี ''สัญชัย เองตระกูล'' และฟ้องนางเอกสาว ''พิงค์กี้'' สาวิกา ไชยเดช ในข้อหา ''บุคคลที่ทำให้ครอบครัวเสียหายและแตกแยก'' พร้อมกับเรียกค่าเสียหาย 20 ล้านบาท ซึ่งก่อนถึงวันขึ้นศาลทั้งคู่ได้มีการเคลียร์ปัญหาทั้งหมดแบบครอบครัว โดยหลังจากได้มีการพูดคุยกันอย่างจริงจังในครั้งนี้ ก็ทำให้ดาราสาวออกมากลับคำไม่ฟ้องนางเอกสาวคนดังแล้ว

ล่าสุด สาว ''ธัญญ่า'' ได้บินกลับมาเมืองไทยพร้อมกับลูกสาวสุดน่ารักวัย 2 ขวบ ''ลียา เองตระกูล'' เมื่อวันที่ 2 มิ.ย. 54  ล่าสุดเมื่อวันที่ 7 มิ.ย. 54 งานนี้ผู้สื่อข่าวได้ไปตามเรื่องราวของสาว ''ธัญญ่า'' อีกครั้งหลังจากได้รับแจ้งจากฝ่ายประชาสัมพันธ์รายการ ''ราตรีสโมสร'' ว่านักแสดงสาวได้ยืนยันที่จะมาร่วมรายการนี้พร้อมจะมาตอบคำถามที่ล้วงลึกเกี่ยวกับปัญหาครอบครัวที่เกิดขึ้นกับ 4 พิธีกรดังนำโดย ''กาละแมร์'' พัชรศรี เบญจมาศ, ''หนุ่ม'' กรรชัย กำเนิดพลอย, ''เสนาลิง'' สมเกียรติ จันทร์พราหมณ์ และ ''ตุ๊ก'' ญาณี จงวิสุทธิ์ งานนี้ผู้สื่อข่าวจึงไม่พลาดที่จะตามประชิดถึงขอบเวทีเพื่อรับฟังความรู้สึกของสาวธัญญ่า

สำหรับคำถามในวันนี้เรียกว่าเป็นการเจาะลึกถึงเรื่องราวที่หลายอยากรู้ และอยากทราบเป็นอย่างยิ่ง แม้ว่าบางครั้งจะเป็นการคำถามซีเรียส และล้วงลึกเรื่องราวเป็นอย่างมากจะขนาดไหนนั้นต้องไปติดตาม

มีกระแสข่าวที่ว่าหนีไปอยู่เมืองนอก
ธัญญ่า : ไม่ได้หนีขนาดนั้น แต่รู้สึกสบายใจ ทำให้อยากอยู่ต่อไปเรื่อยๆ จริงๆ ก็ไม่ได้หนีเพราะ ''พี่เป๊ก'' เองก็ไปส่งด้วย แต่ว่าเขากลับมาก่อน มันเหมือนแบบไปอยู่ที่โน่นเราสบายใจ ไม่ต้องรับรู้เรื่องอะไร ไม่ว่าจะข่าวสารที่มันมากันเยอะแยะเหลือเกิน แล้วก็เรื่องที่เกิดขึ้นมากมายจนเราหาทางออกไปไม่ได้ในตอนนั้น อีกอย่างทำให้เราได้อยู่กับลูกตลอด 24 ชม. มันก็เลยสบายใจ

''ธัญญ่า'' เริ่มรู้ระแคะระคายว่าสามีมีผู้หญิงอีกคนหนึ่งอยู่เมื่อไหร่
ธัญญ่า : คนเป็นสามี-ภรรยากันเวลาอยู่ด้วยกันนานพอดีอะไรนิดนึงมันก็จะรู้ด้วยสัญชาตญาณของคนที่เราอยู่ด้วยทำให้เกิดการเช็กขึ้นมา ซึ่งเริ่มแรกก็จะเช็กจากโทรศัพท์ตอนหลับนี่แหละค่ะเพราะเป็นเรื่องง่ายที่สุด

โทรศัพท์บางทีเขาเปลี่ยนชื่อแล้ว ''ธัญญ่า'' ทราบได้อย่างไร
ธัญญ่า :  ใช่ค่ะเราไม่รู้หรอกว่าคนนี้เขาเป็นใครแต่เราสามารถนำหมายเลขโทรศัพท์ไปเช็กได้ว่าเป็นเบอร์ของใคร

วินาทีแรกที่เราทราบว่าเจ้าของเบอร์เป็นใครเราช็อกไหม
ธัญญ่า : มันก็แบบอึ้งตัวชา จะหยิบจะจับจะเดินก็ไม่รู้ว่าจะไปทางไหน แล้ววันที่ทราบวันแรกนั้นเป็นวันที่ตอนเข้าอีกวันหนึ่งต้องไปทำงานด้วย

เคยสงสัยมาก่อนไหมว่าเป็นคนนี้
ธัญญ่า : คือมันเหมือนแบบใครมาพูดอะไรก่อน ''ธัญญ่า'' ไม่ค่อยเชื่อ ถ้าไม่ได้เห็นด้วยตาไม่ได้รู้เองก็จะไม่เชื่อ

ทำไมถึงต้องมาเช็ก ณ เวลานั้น ทั้งที่เมื่อก่อนก็มีสาวๆ สวยๆ ทั้งนางแบบ ดารามาพูดคุยกับสามีเราบ่อยๆ เหมือนกัน
ธัญญ่า : ก็คุยเหมือนกันน่ะค่ะ แต่ปกติแล้วเป็นคนไม่ค่อยคิดเยอะ ก็มีบ้างที่อยากรู้เฉยๆ ว่าเป็นใคร แล้วส่วนคนที่เป็นข่าวด้วยก็จะเห็นบ่อยไปไหนก็จะไปด้วยกัน

ทำไมถึงมั่นใจมากๆ ว่าเป็นสาวคนนี้แหละร้อยเปอร์เซ็นต์ที่กำลังแอบคบหากับสามีเราอยู่
ธัญญ่า : คือเราได้คุยกันสามคนไงคะ ทั้งทางโทรศัพท์และต่อหน้า เจอกันก็คุยปกติก็บอกเขาว่า ''นั่งสิ'' แล้วก็จะถามเขาไปเรื่อยๆ ว่าคบกันตั้งแต่เมื่อไหร่อะไรทำนองนี้

จากวันที่ได้ทราบเรื่องราวอีกนานไหมกว่าจะเป็นข่าว
ธัญญ่า : จริงๆ มีข่าวก่อนได้สักพักนึงแล้ว

สภาพจิตใจ ณ ตอนนั้นแย่ขนาดไหน
ธัญญ่า :  มันก็แย่น่ะค่ะ มันแบบ เพราะว่ามีลูกด้วยทำให้เราไม่รู้ว่าจะจบยังไง หรือว่าเราจะทำอะไรกันต่อไป เราก็คิดว่าถ้าโอเคเราให้อภัย และมาเริ่มใหม่มันจะจบจริงๆ หรือเปล่า

กับปัญหาในตอนนั้นทำให้ ''ธัญญ่า'' กลายเป็นคนเก็บเนื้อเก็บตัวมากขึ้นหรือเปล่า
ธัญญ่า :  คือปกติจะอยู่บ้านเพราะต้องเลี้ยงลูก แต่จะออกไปนอกบ้านก็จะเฉพาะวันที่ทำงาน

กับปัญชีวิตในตอนนั้นที่ว่าเครียดแล้วก็ไม่เท่ากับตอนที่มีคลิปเสียงหลุดออกมาจนกลายเป็นข่าวครึกโครมไปทั่วประเทศ แถมยังมีกระแสข่าวว่า ''ธัญญ่า'' เป็นคนปล่อยคลิปเสียงเองอีกด้วย
ธัญญ่า : ใช่ค่ะคือตอนนั้นยอมรับเลยว่าค่อนข้างเครียดมาก เพราะว่าเราเป็นคนอัดเอง ซึ่งที่อัดเอาไว้เพราะเราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรจะเกิดขึ้นในอนาคต หรือว่าเราจำเป็นที่จะต้องใช้หรือเปล่า ดังนั้นเราก็เลยอัดไว้ แต่ไม่ได้ตั้งใจที่จะปล่อยมันออกมาสู่สาธารณชน คือเรารู้สึกว่าคลิปหลุดออกมาแบบนี้ไม่ว่าใครจะมองก็ต้องคิดว่าเป็น ''ธัญญ่า'' ที่เป็นคนปล่อยออกมาอย่างแน่นอน แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่เลย ''ธัญญ่า'' เองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าที่หลุดออกมาจะเป็นตอนที่ส่งไปให้เพื่อนฟังตอนคุย ตอนปรึกษา ซึ่งคลิปจะมีหลายอันมาก แต่เพื่อนก็จะมีไม่ครบทุกอัน คือบางคนก็จะมีอันนั้น บางคนก็จะมีอันนี้ แล้วอีกอันหนึ่งก็คือตอนนั้น ''ธัญญ่า'' ให้เพื่อนเอาโทรศัพท์แบล็คเบอร์รี่ไปให้เพื่อนเพราะคิดว่าคงไม่ได้ใช้แล้ว ก็ให้เขาเอาไปใช้  หรือไปขายก็ได้ แต่ว่าก่อนจะให้โทรศัพท์ไปก็ลบคลิปในโทรศัพท์ออกหมดแล้ว ทำให้เราก็ไม่มั่นใจว่าคลิปที่ออกมานั้นมาจากเพื่อนส่งต่อๆ กัน หรือว่าออกมาจากโทรศัพท์เครื่องเก่าที่เราไม่ใช้แล้ว

ยืนยันว่า ''ธัญญ่า'' ไม่ได้เป็นคนปล่อย
ธัญญ่า :  ไม่ได้ปล่อยค่ะ เพราะเราก็กลัวเหมือนกัน (หัวเราะ) ถ้ามีคนแจ้งความจับได้เป็น ''ธัญญ่า'' นี่ก็ตายเลย กลัวเหมือนกัน

เห็นว่ามีอยู่คลิปนึงที่หลุดออกมาแล้วทำให้ ''ธัญญ่า'' รู้สึกไม่ดีอย่างมากเลย
ธัญญ่า : ใช่ค่ะเป็นคลิปที่ ''ธัญญ่า'' คุยกับ ''พี่เป๊ก'' ค่ะ คือจะบอกว่า ''พี่เป๊ก'' เขาเป็นคนโมโหร้าย แล้วเวลาโมโหทีนึงเขาก็จะพูดจาแรงแล้วคืออย่างเราเป็นคนใกล้ชิดกับเขาก็เลยค่อนข้างชิน พอเขาหายเขาก็จะขอโทษ แต่พอคลิปนั้นออกสู่สาธารณะ คนอื่นเขาก็ไม่รู้ว่าด้วยนิสัยของ ''พี่เป๊ก'' เป็นอย่างไร แล้วเขาก็เป็นพ่อของลูกเราด้วย

ตอนที่มีคลิปเสียงอันนั้นเพื่อนๆ และคนใกล้ชิดโทร.มาหาเยอะมากๆ เลย
ธัญญ่า :  ใช่ค่ะส่วนใหญ่ก็จะถามว่าเป็นยังไงเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าเยอะมาก จนเราบีบีแทบแตกค่ะ จนต้องปิดโทรศัพท์ไปเลย เพราะมันค่อนข้างเครียดมาก แล้วต้องมานั่งตอบคำถามทุกอัน แม้กระทั่งคนสนิทเราอย่างเพื่อนและน้องสาว ทุกคนก็บอกเป็นเสียงเดียวกันว่าโทรศัพท์มาไม่ไหวจะรับแล้ว ก็เข้าใจว่าทุกคนเป็นห่วงเรา

มีคนบอกว่าตอนนั้นเครียดมากจนถึงขนาดเข้าใจเลยว่าคนคิดสั้นรู้สึกอย่างไร
ธัญญ่า : มันเหมือนแบบปัญหาที่เกิดขึ้นมันหนักมาก จนเราต้องไปอยู่อีกที่หนึ่ง เพราะเราอยู่ในโลกที่เราอยู่ไม่ได้ แล้วเราก็รู้สึกไปถึงว่าคนที่คิดสั้นเขาคงได้มาจากความรู้สึกแบบนี้แน่ๆ เลย แต่ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตาย แค่เข้าใจว่าแบบว่าเพราะอะไรเขาถึงคิดแบบนั้น มันเป็นแค่ช่วงระยะเวลาสั้นๆ ที่เกิดความรู้สึกแบบนี้

เพราะสาเหตุนี้หรือเปล่าที่ทำให้เราตัดสินใจว่าไม่อยู่เมืองไทยดีกว่า 
ธัญญ่า : อ๋อไม่ใช่ค่ะเพราะตอนที่คลิปหลุดตอนนั้น ''ธัญญ่า'' ไปอยู่เมืองนอกแล้ว

แล้วคลิปเสียงล่าสุดที่ออกมารับทราบบ้างหรือเปล่า
ธัญญ่า : อันนี้ไม่เกี่ยวข้องค่ะ เท่าที่ได้ฟังก็คิดว่าน่าจะเอามาตัดต่อกัน

คนรอบข้างเพื่อนฝูงให้กำลังใจอย่างไรบ้าง
ธัญญ่า :  ก็ให้กำลังใจค่ะ เพราะเขาก็ไม่ค่อยอยากให้เราเลิกรากัน เนื่องจากเพื่อน ''ธัญญ่า'' เองส่วนใหญ่ก็สนิทสนมกับ ''พี่เป๊ก'' ด้วย

กับทางครอบครัวของ ''พี่เป๊ก'' เองก็ไม่อยากให้เลิกเห็นว่ามีมาพูดคุยกับ ''ธัญญ่า'' ด้วยเหมือนกันเกี่ยวกับเรื่องนี้
ธัญญ่า :  ใช่ค่ะ คุณพ่อคุณแม่ก็ไม่อยากให้มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น ซึ่ง ''คุณพ่อพี่เป๊ก'' ก็บอกว่าอยากให้ใจเย็นๆ อยากให้นึกถึงลูกไว้ คุณแม่เองก็ด้วย ซึ่งเราเองก็ค่อนข้างที่จะใจอ่อนหลายรอบอยู่เหมือนกัน

แล้วครอบครัว ''ธัญญ่า'' ว่าอย่างไรบ้าง
ธัญญ่า :  ไม่ค่อยพูดอะไรค่ะ อะไรก็ได้แล้วแต่เราเพราะคุณแม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากๆ เขาก็เลยไม่ได้ว่าอะไร

และเป็นที่ฮือฮาอีกครั้งเมื่อการกลับมาครั้งล่าสุดของ ''ธัญญ่า'' คือการฟ้องหย่า ทำไมถึงตัดสินใจแบบนั้น
ธัญญ่า : จริงๆ แล้ว ''ธัญญ่า'' เองก็ไม่อยากให้เป็นเรื่องเป็นราวขนาดนั้น แต่ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้นตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ก็เกิดการทะเลาะกัน ดีกันอยู่บ่อยครั้ง ทำให้เรารู้สึกว่าไปอยู่ที่อเมริกาจริงๆ ทำให้เราอยากจะจบปัญหาทุกอย่างที่นี่ แบ่งลูกกันให้ชัดเจน แต่ตัวของพี่เป๊กเขาไม่อยากหย่าเลย ซึ่งเขาก็บอกกับเราว่า ถ้าอยากหย่าก็ให้ฟ้องเอาแล้วกัน อีกอย่างเราทั้งสองคนก็คุยเรื่องนี้มาหลายครั้งมากแล้ว แต่ความต้องการของเราไม่ตรงกัน ก็เลยทำให้มาจนถึงจุดนั้น แต่ก่อนวันที่จะฟ้องก็ได้บอกกับเขาก่อนแล้ว ซึ่งเขาก็โอเค แต่ว่าพอมีข่าวฟ้องหย่าออกมาปุ๊บก็ไม่โอเค แต่ก็ไม่ได้ทะเลาะกันนะคะ แต่เหมือนว่าพอเกิดเรื่องราวถึงค่อยตกลงกันได้ ก็ไม่รู้ว่าทำไมต้องรอให้เกิดเป็นเรื่องเป็นราวแล้วถึงจะมาตกลงกันได้

''พี่เป๊ก'' ได้บอกไหมว่าทำไมถึงไม่อยากหย่า
ธัญญ่า : คือเขาก็บอกมาว่าเขาสงสารลูกแล้วปัญหาทุกอย่างเขาก็เคลียร์จบหมดแล้วคือจบกับน้องคนนั้น และอยากกลับมาอยู่กับครอบครัว แต่คือตัวเราที่ผ่านมาตลอดระยะเวลา 1 ปีเราก็เจอโน่นเจอนี่มาโดยตลอด ก็ทำให้เราไม่มั่นใจเพราะก็ค่อนข้างหลายครั้ง เลยทำให้เรารู้สึกเหนื่อย

ทำไมถึงคิดว่าจะไม่ให้โอกาส ''เป๊ก'' อีกแล้ว
ธัญญ่า :  คือให้โอกาสบ่อยเหมือนกันเพราะตลอดระยะเวลา 1 ปีตั้งแต่เกิดเรื่องนี้ขึ้นมา ก็มีขอการคืน แต่เราก็ยังเจอกับเหตุการณ์ซ้ำๆ แบบนี้อยู่เรื่อยๆ

เรียกว่าซ้ำแบบเดิมหรือซ้ำคนเดิม
ธัญญ่า : คือคนอื่น ''ธัญญ่า'' ไม่เคยเจอก็เลยรู้สึกแบบนั้น ดังนั้นเราก็เป็นเพื่อนกันดีกว่า เพราะอยู่แบบนี้มันมีปัญหา เป็นเพื่อนกันก็คุยกันสบายๆ เราไม่ต้องมาทะเลาะกัน คนที่เคยเป็นสามี-ภรรยากันแล้วพอแยกทางกลับมาเป็นเพื่อนสนิทกัน รักกันเยอะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำไป

สำหรับเรื่องหย่าตอนนี้ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว
ธัญญ่า : จริงๆ เราก็ได้เซ็นสัญญากันในศาลแล้วว่าเราไม่สามารถอยู่กันแบบสามีภรรยาได้ เพียงแต่เรายังไม่ได้จดทะเบียนหย่าเท่านั้นเอง แต่วันที่เราหย่านั้นได้กำหนดเอาไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ว่ามันยังมีเหตุผลบางอย่างที่เราต้องหย่าในวันนั้น แต่ยังไม่ใช่ภายในปีนี้ค่ะ

จะเป็นไปได้ไหมว่าช่วงเวลาที่กำลังรอดำเนินการจะกลับมาคืนดีกันได้
ธัญญ่า :  ''ธัญญ่า'' ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันค่ะ เพราะมันก็อาจจะหรืออาจจะไม่ก็ได้ค่ะ ไม่รู้สิเพราะตลอดระยะเวลา 1 ปี เราก็พยามแล้วแต่ว่ามันเหนื่อย แต่ก็โอเคมันอาจจะเป็นก็ได้ หรืออาจจะไม่เป็นก็ได้เราก็ไม่รู้แต่ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ เราก็คงต้องไปจดทะเบียนใหม่กันอีกรอบนึง

มีกระแสข่าวว่าที่ ''ธัญญ่า'' ถอนฟ้องเพราะได้เงินมาแล้วจาก ''คุณเป๊ก''
ธัญญ่า : คือบอกจริงๆ นะคะว่าอยากได้ ถ้าได้ก็ดีค่ะ แต่ยังไม่ได้

ฟ้องหย่าเรียกค่าเลี้ยงดูไว้ประมาณเท่าไหร่
ธัญญ่า : ก็ร้อยกว่าล้านค่ะจริงๆ มันเป็นไปตามกระบวนการค่ะ ถามว่าจำเป็นจะต้องเอาเงินร้อยกว่าล้านนั่นหรือเปล่ามันก็ไม่ใช่ มันเหมือนแบบพอถึงศาลแล้วก็จะมีจำนวนเงิน ทรัพย์สินอะไรอย่างนี้มาเกี่ยวข้อง แต่พอเราตกลงกันได้แล้วก็ไม่ได้มีส่วนตรงนั้นมาเกี่ยวข้อง

เรื่องสินสมรสและเรื่องลูกมีข้อตกลงอะไรบ้าง
ธัญญ่า : มีเรื่องค่าเลี้ยงดูลูกที่เป็นรายเดือน และก็ค่าเลี้ยงดูเราจนกว่าจะมีสามีใหม่ แล้วก็เรื่องวันไหนๆ ใครจะดู

เห็นว่า ''ธัญญ่า'' จะกลับมาอยู่เมืองไทยอย่างถาวร
ธัญญ่า : คือพออยู่ไปนานๆ แล้ว มันก็รู้สึกว่าเหนื่อยกับความเหงา เพราะอยู่ที่โน่นก็อยู่กับคุณแม่กับ ''ลียา'' สามคน วันๆ นึง ตื่นเช้ามาก็อยู่กันแค่นี้แล้วก็ทำอาหารกันไปซื้อของซูเปอร์มาร์เก็ตแล้วก็กลับบ้านคือชีวิตมีอยู่แค่นั้นจริงๆ ค่ะ มันก็เลยทำให้เรารู้สึกว่าเราต้องอยู่ที่นี่จริงๆ หรือ แล้วงานที่เราทำมาตั้งแต่เด็กจะทิ้งไปเลยหรือมันคิดถึงอะ ก็เลยอยากกลับเมืองไทยดีกว่า

เรื่องที่อยู่อาศัยตกลงกันยังไงบ้าง
ธัญญ่า : ก็มีค่ะ เพราะเรามีบ้านหลังนึงที่สร้างกันไว้ แต่ว่าตอนนี้ยังไม่เสร็จดี เห็นเขาบอกว่าถ้าเรากลับมาครั้งหน้าก็อยากให้ ''ธัญญ่า'' กับลูกอยู่ที่บ้านหลังนั้น ซึ่งบ้านหลังนี้ก็เป็นบ้านที่อยู่ใกล้กับบ้าน ''พ่อแม่พี่เป๊ก''

ณ วันนี้ ''ธัญญ่า'' ยังรัก ''พี่เป๊ก'' อยู่หรือเปล่า
ธัญญ่า : รักค่ะ เพราะเราก็อยู่ด้วยกันมาตั้งหลายปี แต่มันก็เปลี่ยนไปค่ะ คือยังรัก ''พี่เป๊ก'' ในฐานะพ่อของลูกแต่หมดความรักที่หวือหวาแบบหนุ่มสาวไปแล้ว

กับวันที่เปิดใจแถลงข่าวเรื่องหย่า ''เป๊ก'' และ ''ธัญญ่า'' ก็ยังดูรักใคร่กันดีมีการตกกันเอาไว้ก่อนหน้านี้หรือเปล่า
ธัญญ่า : ก็ไม่ได้ตกลงค่ะ แต่ว่ามีการพูดคุยว่าจะตอบยังไงไม่อยากมาทะเลาะกันต่อหน้าสื่อคืออย่างที่บอก ''พี่เป๊ก'' เขาไม่อยากที่จะหย่ามันเหมือนกับความต้องการคนเรามันไม่ตรงกัน เขาก็จะคอยบอกเราว่าอย่าพูดอะไรเยอะ

ณ วันที่ท้อแท้ใครคือแรงและพลังใจของเรา
ธัญญ่า : ก็ลูกสาว ''ลียา'' นี่แหละค่ะ เรียกว่าเป็นกำลังที่ดีที่สุดแล้วถ้าถามว่าถ้าย้อนเวลากลับไปได้เราจะแต่งงานกับ ''พี่เป๊ก'' อยู่ไหม ดาราสาวก็ยังยืนยันว่าจะแต่งงานเพราะเราได้สิ่งที่มีค่าที่สุดมา แล้วอีกคนหนึ่งก็คือคุณแม่ค่ะ คือคุณแม่เป็นผู้หญิงที่เข้มแข็งมากๆ ค่ะ

นอกจาก ''ลียา'' และคุณแม่แล้ว เพื่อนที่สนิทอย่าง ''น้ำฝน'' กุณณัฏฐ์ กุลปรียาวัฒน์ ก็คอยให้คำปรึกษาด้วยเหมือนกัน
ธัญญ่า : ใช่ค่ะ คือมันเกิดเรื่องในช่วงระยะเวลาเดียวกับที่ ''ฝน'' กำลังมีปัญหากับ ''สเตฟาน'' ฐสิษฐ์ สิณคณาวิวัฒน์ พอดีก็เลยปรึกษากัน ซึ่งเขาก็ยังบอกเลยว่าคนป่วยรักษาคนป่วยแล้วมันจะหายไหมเนี่ย ก็เรียกว่าผลัดกันปลอบใจ แต่ส่วนใหญ่จะเป็นเขาที่ปลอบใจเรามากกว่า

เวลาไปไหนมาไหนเห็นว่ามีคนให้กำลังใจตลอด
ธัญญ่า : ก็เยอะนะคะ ขนาดอยู่ที่อเมริกาเวลาเจอคนไทยเขาจะเข้ามาทักทาย โดยเฉพาะบรรดาเมียหลวงเขาจะแอบมากระซิบเราว่าเธอเป็นไอดอลอะไรอย่างนี้ แต่บอกจริงๆ ว่า เมียหลวงอะอยากเป็นแต่อยากเป็นเมียเดียวไม่อยากมีตำแหน่งพ่วงท้าย

ที่ผ่านมามีโอกาสได้ดูละครดอกส้มสีทองบ้างไหม
ธัญญ่า :  มีคนมาถามเยอะเราเองก็เห็นบ้างนิดหน่อย แต่ยังไม่ได้ดูแบบจริงๆ จังๆ ก็มีแบบเรียกเรา ''เด่นจันทร์'' บ้าง ''คุณดี๋'' บ้างจะมีคนเรียกเราเยอะ แต่ก็จะมีสองกระแสน่ะค่ะ มีทั้งคนที่เข้าข้างเราและคนที่ไม่เชื่อก็มี แต่ว่าคนที่ให้กำลังใจเราก็ค่อนข้างเยอะก็เรียกว่าเป็นกำลังใจที่ดี

ถ้ากลับมาอยู่เมืองไทยถาวรและต้องร่วมงานกับคู่กรณีจะตกลงรับแสดงไหม
ธัญญ่า : เล่นได้ค่ะเพราะ ''ธัญญ่า'' เป็นคนไม่ว่าจะโกรธอะไรใครแล้วแป๊บเดียวก็หายถ้าเราตกลงกันได้ก็ไม่เก็บมาคิด และยืนยันไม่มีนอกบทค่ะ เพราะถ้านอกบทก็คงสู้เขาไม่ได้ (หัวเราะ)

ได้คุยกันเรื่องอนาคตของ ''ลียา'' บ้างไหม
ธัญญ่า :  ก็ที่คุยกันไว้ก็น่าจะให้เรียนในเมืองไทย ''พี่เป๊ก'' เขาอยากให้เรียนนานาชาติ

คิดว่าในอนาคตข้างหน้า ''ลียา'' จะเข้าใจไหม
ธัญญ่า : น่าจะเข้าใจนะค่ะมันก็อยู่ที่ว่าเราคุยกับเขายังไงแล้วเขายังเด็กค่ะเดี๋ยวก็คงชินก็ค่อยๆ อธิบายไปเรื่อยๆ ตามสถานะและความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คงไม่สร้างเรื่องอะไรที่สวยงามสวยหรูให้ลูกเราต้องรับรู้แบบนั้น

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากการที่ "ธัญญ่า" ได้ให้สัมภาษณ์กับทางรายการเป็นที่เรียบร้อย ดาราสาวก็ได้ให้สัมภาษณ์กับบรรดาผู้สื่อข่าวที่ที่มากันอย่างเนืองแน่น ซึ่งเมื่อผู้สื่อข่างซักถามเกี่ยวกับการกลับมาเมืองไทยในครั้งนี้จะมีการนำเรื่องฟ้องหย่ากลับมาสานต่ออีกหรือไม่ กับเรื่องเรื่องนี้ ''ธัญญ่า'' เผยว่าจะไม่การดำเนินคดีเรื่องหย่าแล้วเพราะมีการทำความเข้าใจกันเรียบร้อยตั้งแต่ครั้งที่แล้ว

''ไม่มีแล้วค่ะ ไม่ต้องดำเนินเรื่องอะไรแล้ว เพราะเราเคลียร์กันตั้งแต่ที่มาคราวที่แล้วแล้วค่ะ ครั้งนี้ก็พา ''ลียา'' มาหาคุณปู่ คุณย่า และมาเจอคนที่เมืองไทย คาดว่าจะหลับมาอยู่ประมาณ 1 เดือน จะกลับมาอีกครั้งก็ประมาณอีก 2-3 เดือนข้างหน้าค่ะ แต่ก็ยังไม่ได้กำหนดเวลาที่แน่นอนสำหรับแพลน 1 เดือน ที่เมืองไทยคือ ''พี่เป๊ก'' เขาก็อยากพาลียาไปต่างจังหวัดไปโน่นไปนี่ก็เหมือนให้ลียาได้ใช้ชีวิตกับทางครอบครัวพี่เป๊กให้เต็มที่''

จากนั้นผู้สื่อข่าวด้ซักถามต่อว่าถ้าถึงวันที่ต้องหย่ากันจริงๆ เราจะรู้สึกอะไรไหมเมื่ออาจจะต้องมีผู้หญิงคนใหม่มาแทนที่ ''ธัญญ่า'' กับเรื่องนี้ดาราสาวเผยว่าที่ผ่านมานี่ก็ที่สุดแล้ว
''ที่ผ่านมานี่ก็ที่สุดแล้ว เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่มันทำใจไม่ได้แล้วล่ะ ถ้าเขาจะแต่งงานใหม่ก็ยินดีกับเขาด้วย''

ผู้สื่อข่าวได้ซักถามต่อว่า มีกระแสลือออกมาหนาหูออกมาว่าคู่กรณี ''พิงค์กี้'' สาวิกา ไชยเดช ออกมาได้คุยเรื่องนี้กับ ''พี่เป๊ก'' ไหม เรื่องนี้ ''ธัญญ่า'' บอกว่าไม่ได้คุยเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย

''ไม่ได้คุยเลยค่ะ ได้ข่าวไหม คือเหมือนกับคนก็มาถามเราเหมือนกัน เราก็บอกว่าไม่รู้ อันนี้ไปถามพี่เป๊กดีกว่า เพราะเหมือนว่าตอนมีคลิปนี้ออกมาธัญญ่าก็ไปแซวเขาว่า ''จะมีลูกเพิ่มอีก 4-5 คนหรือ'' เขาก็บอกว่าบ้ามันนานแล้ว''

อย่างไรก็ตาม เมื่อผู้สื่อข่าวได้ซักถามต่อว่าเชื่อกระแสข่าวดังกล่าวหรือไม่เรื่องนี้ธัญญ่าเผยว่า ถ้าเกิดมีน้องขึ้นมาจริงๆ ก็ขอแสดงความยินดีแล้วกัน

''ไม่มั้งคะ หรือว่าคงไม่มั้ง ถ้าเกิดมีน้องขึ้นมาจริงๆ (หัวเราะ) ก็แสดงความยินดีแล้วกัน จะทำอย่างไรได้ ถ้าเกิดเป็นเรื่องจริงก็ไม่เป็นไรลียาก็มีน้องเพิ่ม''

ขอบคุณ
http://www.siamdara.com